30 สิงหาคม 2552

...ทะเลเเหวก...

ทะเลแหวก ลึกล้ำเข้าไปกลางทะเลลึกแห่งอันดามัน ช่วงเวลาหนึ่งที่เรานั่งเรือชมเกาะรูปร่างสวยงามแปลกตา ใครจะเชื่อว่า อีกชั่วข้ามเวลาหนึ่งทะเลที่เราผ่านมาชั่วครู่ จะลดระดับน้ำดุจทะเลแหวกออก จนกลายเป็นหาดทรายขาวสะอาดเชื่อมเกาะสามเกาะอย่างอัศจรรย์ ทะเลแหวกเป็นกลุ่มของเกาะ 3 เกาะ ที่มีหาดทรายเชื่อมติดกันได้แก่ เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่ ท่านสามารถเดินข้ามจากเกาะไก่ไปยังเกาะทับได้ในยามน้ำลง หากจะให้ดีก็ควรจะเป็นในช่วงน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ในอดีตนักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือ มาตกปลา มากางเต้นท์ นอนนับดาวในคืนเดือนแรม หรือชมแสงจันทร์ในคืนเดือนเพ็ญ ค้างคืนบนเกาะได้ แต่ปัจจุบัน ไม่อนุญาตให้นอนค้างแรมบนเกาะแล้ว ทะเลแหวกถือว่าเป็นไฮไลท์สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของกระบี่เลยทีเดียว มาเที่ยวทะเลกระบี่ทั้งที ต้องมาเที่ยวทะเลแหวกให้ได้สักหนึ่งหน

เกาะทัพ เป็นเกาะเล็กๆ มีหาดทรายเฉพาะด้านใต้ ยามน้ำลด หาดทรายทางด้านใต้นี้ จะเชื่อมต่อกับแนวสันทรายของเกาะปอดะนอก กลายเป็นสะพานธรรมชาติยาวประมาณ 200 เมตร แม้จะเป็นหาดทรายเล็กๆ แต่เม็ดทรายละเอียดและขาวมาก น้ำทะเลใส

เกาะหม้อ เป็นโขดหิน ไม่มีชายหาดให้ขึ้นไปบนเกาะ น้ำทะเลใสสะอาด เกาะหม้อ อยู่ห่างจากเกาะทัพ
เพียง 70 เมตร หากน้ำลดจะมีสันทรายเชื่อมต่อกัน สามารถเดินจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่งได้

เกาะปอดะนอก หรือ เกาะไก่ หรือเกาะด้ามขวาน เกาะรูปร่างประหลาด ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อเกาะอันหลากหลาย เนื่องจากชะง่อนผาที่ยื่นออกมาทางด้านใต้ ทำให้ผู้พบเห็นเกิดจินตนาการต่างๆกันไป บ้างก็เห็นเกาะคล้ายกับส่วนหัวของไก่ บ้างก็เห็นเป็นด้ามขวานที่วางตั้งอยู่ แต่ฝรั่งตาน้ำข้าวกลับมองเห็นเป็นป็อบอาย ตัวการ์ตูนดังในสมัยยังแรกรุ่น หรือบางท่านอาจจะยังอยู่ในวัยอ่อนเดียงสา กำลังนอนคาบไปป์อย่างมีความสุข ท่านสามารถดำผิวน้ำชมปะการังน้ำตื้น หรือปะการังแข็งได้ที่เกาะไก่นี้ แต่ความสมบูรณ์ของปะการังก็คงไม่อาจเทียบเท่ากับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่ห่างไกลจากผืนแผ่นดินใหญ่ ความประทับใจที่ท่านจะได้พบ ก็คงจะเป็น หาดทรายขาวทอดยาว เคียงคู่ไปกับน้ำทะเลสวยใส กับปลาลายเสือฝูงใหญ่ ที่มีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ ที่มักจะมารอคอยต้อนรับ และ พร้อมที่จะเล่นกับผู้มาเยือนอยู่เสมอ

....ประวัติธงชาติสยาม...จากอดีตถึงปัจจุบัน....

...ธงชาติสยาม...















ธงชาติไทยจะมีตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด เท่าที่พบหลักฐานเชื่อกันได้ว่าน่าจะเกิดขึ้น ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะปรากฏในหนังสือจดหมายเหตุของฝรั่งเศลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2223 เรือรบของฝรั่งเศสชื่อ เลอรโวตูร์ มีมองซิเออร์ คอนูแอน เป็นนายเรือ ได้นำเรือเข้ามาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเจริญพระราชไมตรีและการค้า นายเรือได้สอบถามทางกรุงศรีอยุธยา ถ้าจะยิงสลุตให้แก่ชาติไทย เมื่อเรือผ่านป้อมวิไชเยนทร์ (ปัจจุบันคือป้อมวิชัยสิทธิ์) ตามประเพณีของชาวยุโรป จะขัดข้องหรือไม่สมเด็จพระนารายณ์ทรงอนุญาต และรับสั่งให้เจ้าเมืองบางกอก คือ ออกพระศักดิ์สงคราม ให้ทางป้อมยิง สลุตตอบด้วย ในการที่เรือรบฝรั่งเศลจะยิงสลุตให้นั้น ทางป้อมจะชักธงชาติขึ้น แต่เวลานั้นธงชาติไทยยังไม่มี จึงชักธงชาติฮอลันดาขึ้นแทน แต่ฝรั่งเศสไม่ยอมยิงสลุต เพราะเห็นว่าไม่ใช่ธงประจำชาติไทย และแจ้งให้ทราบว่า หากไทยประสงค์จะให้ฝรั่งเศสยิงสลุตให้เอาธงฮอลันดาลง แล้วชักธงอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นแทน เผอิญในสมัยนั้นผ้าแดงเป็นผ้าที่หาได้ง่ายกว่าผ้าอื่น ไทยจึงทำธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วชักขึ้น ฝรั่งเศสจึงยิงสลุตให้นับตั้งแต่นั้นมาไทยก็ถือเอาธงสีแดงเป็นธงชาติไทย




















































































29 สิงหาคม 2552








การป้องกัน




  1. การป้องกันทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ล้างมือบ่อยๆ กรมควบคุมโรคได้เปิดศูนย์ call acenter ให้ประชาชนสอบถามสถานการณ์ของโรคได้ที่หมายเลข 0-2590-3333


  2. เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป เชื้อที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอหรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือ และสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก และตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก หากป่วย และมีอาการดังกล่าว ควรสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด ประชาชนทั่วไปควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัก ผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อยๆ

26 กุมภาพันธ์ 2552

สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ของโลก

ปราสาทหินนครวัด เป็นปูชนียสถานสำคัญทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ อยู่ทางตะวันออกของกัมพูชา สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2

ทัชมาฮาล เป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เพราะเป็นสุสานฝังพระศพของพระนางมุมทัชมาฮัล ราชินีผู้เป็นที่รักของพระเจ้าซาห์ชาฮัน แห่งเมืองอัครา ประเทศอินเดีย

กำแพงเมืองจีน หรือง The Great Wall of China สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ มีอายุเก่าแก่กว่า 2,200 ปี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจีน มีความยาวราว 6,000 กิโลเมตร (หรือ 12,000 ลี้) สร้างด้วยหินแกรนิต และหินบล็อก กำแพงมีความหนา 5.5-6.5 เมตร สูงจากพื้นดิน 6.6 เมตร จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อป้องกันการรุกรานของพวกตาด ดังนั้นบนกำแพงจึงมีป้อมปราการมากมาย ทิ้งช่วงห่างกันประมาณ 300-500 เมตร

หอเอนเมืองปิซา เป็นหอคอยหินอ่อน สร้างขึ้นที่เมืองปิซา ประเทศอิตาลี ใช้เวลาสร้าง 176 ปี มีความสูง 181 ฟุต แบ่งเป็น 8 ชั้น เมื่อสร้างเสร็จ ยอดบนสุดของหอ เอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ไม่ล้ม

สนามกีฬากรุงโรม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของโลก อยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี มีรูปเป็นตึกวงกรม ก่อด้วยหินทรายและอิฐประกอบกัน วัดโดยรอบได้ 527 เมตร สูง 57 เมตร จุคนได้ไม่น้อยกว่า 80,000 คน ใต้อัศจรรย์และใต้ดินมีห้องไว้ขังสิงโตและนักโทษที่รอการตัดสินประหารชีวิตนับร้อยห้อง สร้างขึ้นในสมัยโรมัน เป็นที่ให้นักโทษกับสิงโตต่อสู้กันเพื่อเอาชีวิตเป็นเดิมพัน หากนักโทษผู้ใดเอาชนะฆ่าสิงโตที่ดุร้ายด้วยมือเปล่าได้ก็รอดชีวิตไป หรือไม่ก็ไว้ใช้เป็นที่ประลองกำลังหรือประลองอาวุธสู้รบกันในหมู่นักรบด้วยกัน

กองหินประหลาดในอังกฤษ กองหินประหลาดนี้อยู่กลางทุ่งนาแห่งเมืองซัลลิสเบอรี่ มณฑลวิลไซร์ ประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนออกไปประมาณ 10 ไมล์ ประกอบด้วยก้อนหินมหิมา มีจำนวนทั้งหมด 112 ก้อน มีทรงสูงตั้งเป็นรูปวงกลมซ้อนอยู่เป็น 3 วงรอบ บางก้อนตั้ง บางก้อนล้มนอน บางก้อนวางซ้อนทับอยู่บนยอดก้อนหินที่ตั้งอยู่สองก้อนก็มี วงกลมรอบนอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง 100 ฟุต มีหินทั้งหมด 30 ก้อน แต่ละก้อนสูง13 ฟุต วงกลมรอบกลางมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 76 ฟุต มีหินทั้งหมด 40 ก้อน และมีอยู่ 2 ก้อนที่ตั้งสูงถึง 22 ฟุต วงในสุดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ฟุต มีหินทั้งหมด 42 ก้อน ล้มบ้างตั้งบ้าง หินแต่ละก้อนหนักเป็นตัน ๆ มีผู้สันนิษฐานว่าตั้งอยู่อย่างนี้มาตั้งแต่ก่อนคริสต์กาลถึง 1,700 ปี และไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง? สร้างเพื่อวัตถุประสงค์อะไร? และที่น่ามหัศจรรย์ก็คือ ในบิรเวณนั้นเป็นทุ่งกว้าง ไม่มีภูเขาและสิ่งก่อสร้างด้วยก้อนหินอื่น ๆ อีกเลย จึงทำให้น่าสงสัยว่าผู้ก่อสร้างนำหินเหล่านั้นมาจากไหน? ขนกันมาได้อย่างไร? และสามารถยกก้อนหินบางก้อนซึ่งหนักมากขึ้นไปพาดวางไว้บบก้อนหินที่ตั้งตรงซึ่งอยู่สูงถึง 13 ฟุนได้อย่างไร? นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์และท้าทายความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ยุคปัจจุบันยิ่งนัก

โบสถ์เซนต์โซเฟีย เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ อยู่ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล ประเทศตุรกี สร้างโดยจักรพรรดิคอนสแตนดิน เมื่อประมาณคริสต์สตวรรษที่ 13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปีจึงเสร็จ สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์) มีเนื้อที่ 700 ตารางเมตร ภายในมีเสาค้ำที่สลักและประดับไว้อย่างงดงามถึง 108 ต้น ชั้นล่างเป็นเสาขนาดใหญ่ 40 ต้น ชั้นบนเป็นเสาขนาดเล็ก 68 ต้น หลังคาเป็นโดมใหญ่รูปซาลาเป่า มีหอยอดแหลมล้อมรอบมากมาย

Credit : geocities.com

ที่สุดในโลก

ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ภูเขา Everest ในเทือกเขาหิมาลัย ใกล้พรมแดนทิเบต และเนปาล สูง 29,002 ฟุต (8,840 เมตร)
ถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถ้ำ Sarawak Chamber ในรัฐ Sarawak ประเทศมาเลเซีย ยาว 2,300 ฟุต (700 เมตร) กว้าง 980 ฟุต (300 เมตร) และสูง 230 ฟุต (70 เมตร)
ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทวีปเอเชีย มีเนื้อที่ประมาณ 20,700,000 ตารางไมล์
ทวีปที่เล็กที่สุดในโลก ทวีปออสเตรเลีย มีเนื้อที่ประมาณ 2,941,526 ตารางไมล์
คาบสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาบสมุทรอารเบีย มีเนื้อที่ประมาณ 1.25 ล้านตารางไมล์
มหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหาสมุทรแปซิฟิก มีเนื้อที่รวม 166,241,700 ตารางกิโลเมตร (64,186,300 ตารางไมล์) คิดเป็น 45% ของเนื้อที่ของมหาสมุทรในโลกทั้งหมด
มหาสมุทรที่ลึกที่สุดในโลก มหาสมุทร Pacific ความลึกเฉลี่ย 14,040 (4,280 เมตร) ส่วนที่ลึกที่สุด คือส่วนที่เรียกว่า Mariana Trench ลึกถึง 36,200 ฟุต (11,034 เมตร)
ทะเลสาบน้ำเค็มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลสาบ Caspian ตั้งอยู่ในอาณาเขตประเทศอาร์เซอไบจัน, คาซัคสถาน และรัสเซีย กว้าง 149,200 ตารางไมล์ (386,400 ตารางกิโลเมตร)
ทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก ทะเลสาบ Baikal ประเทศรัสเซีย ลึก 5,000 ฟุต (1,525 เมตร)
ทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลสาบ Superior ในอาณาเขตประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา กว้าง 31,700 ตารางไมล์ (82,100 ตารางกิโลเมตร) อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 600 ฟุต
แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก แม่น้ำไนล์ (Nile) ยาว 4,132 เมตร (6,650 กิโลเมตร) ไหลผ่านประเทศแทนซาเนีย, ยูกันดา, ซูดาน และอียิปต์ จากต้นน้ำบนภูเขาบูรุนดีลงสู่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในทวีปอัปริกา
น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก น้ำตก Angel ในประเทศเวเนซูเอลา สูง 3,212 ฟุต (979 เมตร)
ทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลทราย Sahara ในทวีปอัฟริกา ครอบคลุมเนื้อที่หนึ่งในสี่ของทวีปคือ 3,320,000 ตารางไมล์ (8,600,000 ตารางกิโลเมตร)
ทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทะเล Arabian อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรอินเดีย มีเนื้อที่กว้างราว 1,491,000 ไมล์ (3,862,000 ตารางกิโลเมตร)
เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกาะกรีนแลนด์ (Greenland) ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติค มีเนื้อที่ทั้งหมด 840,000 ตารางไมล์ (2,175,600 ตารางกิโลเมตร)
ช่องแคบระหว่างภูเขา (Gorge) ที่มีขนาดยาวที่สุดในโลก The Grand Canyon ในรัฐ Arizona ประเทศสหรัฐอเมริกา มีความยาว 280 ไมล์ (450 กิโลเมตร) มีความลึก 5,900 ฟุต (1,800 เมตร)
ประเทศที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก ประเทศรัสเซีย มีเนื้อที่ทั้งหมด 6,592,800 ตารางไมล์ (17,075,352 ตารางกิโลเมตร
ประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก นครรัฐวาติกัน (Vatican City State) มีเนื้อที่ทั้งหมด 0.2 ตารางไมล์ (0.51 ตารางกิโลเมตร)
ประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลก ประเทศจีน มีพลเมืองประมาณ 1,208,842,000 คน
ประเทศที่มีพลเมืองน้อยที่สุดในโลก นครรัฐวาติกัน มีพลเมืองประมาณ 1,000 คน
ประเทศที่มีพลเมืองหนาแน่นที่สุดในโลก (คิดเฉลี่ยต่อไมล์) ประเทศโมนาโค (Monaco) พลเมือง 31,000 คนต่อเนื้อที่ 0.4 ตารางไมล์ (20,800 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร)
ประเทศที่มีพลเมืองเบาบางมากที่สุดในโลก (คิดเฉลี่ยต่อไมล์) เกาะกรีนแลนด์ พลเมือง 1 คน ต่อเนื้อที่ 15.1 ตารางไมล์ (1 คน ต่อพื้นที่ 39.1 ตารางกิโลเมตร)
ประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศต่าง ๆ มากที่สุดในโลก ประเทศจีน มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านถึง 14 ประเทศ คือ มองโกเลีย, รัสเซีย, เกาหลีเหนือ, เวียดนาม, พม่า, อินเดีย, ภูฎาน, เนปาล, ปากีสถาน, อัปกานิสถาน, ทาจิกิสถาน, คีร์กีซสถาน และคาซัคสถาน
ประเทศที่มีพรมแดนระหว่างประเทศยาวที่สุดในโลก พรมแดนระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับแคนาดา มีความยาว 3,987 ไมล์ (6,416 กิโลเมตร)
ประเทศที่มีพรมแดนระหว่างประเทศสั้นที่สุดในโลก พรมแดนระหว่างประเทศอิตาลี กับนครรัฐวาติกัน มีความยาวของพรมแดนวัดได้ 2.53 ไมล์ (4.07 กิโลเมตร)
ประเทศที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุด ประเทศธิเบต อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 12,087 ฟุต
ประเทศที่มีพื้นที่ต่ำที่สุดในโลก บริเวณใกล้ฝั่งทะเลสาบเดดซี ในประเทศอิสราเอล อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 1,292 ฟุต
ประเทศที่มีทะเลสาบมากที่สุดในโลก ประเทศฟินแลนด์ มีมากกว่า 60,000 แห่ง
ประเทศที่มีเกาะมากที่สุดในโลก ประเทศฟิลิปปินส์ มีมากกว่า 7,100 เกาะ
ประเทศที่มีแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก ประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 7,000 ครั้งต่อปี
ประเทศที่มีภาษาพูดมากที่สุดในโลก ประเทศอินเดีย มีภาษาพูดมากกว่า 200 ภาษา
ประเทศที่มีทางรถไฟรวมกันทั่วประเทศแล้ว ยาวที่สุดในโลก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีทางรถไฟรวมกันแล้วยาวกว่า 350,000 ไมล์
ประเทศที่มีทางเดินรถไฟใต้ดิน รวมกันแล้วยาวที่สุดในโลก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางรถไฟใต้ดิน รวมกันแล้วยาว 462 ไมล์
ประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดศาสนามากที่สุดในโลก ประเทศอินเดีย
ตึกที่ทำงานที่ใหญ่ที่สุดในลก ตึก World Trade Center ในกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มีเนื้อที่ทั้งหมด1,115,000 ตารางเมตร (12 ล้านตารางฟุต)
ตึกที่ทำงานที่สูงที่สุดในโลก ตึก Petronas Towers ในประเทศมาเลเซีย สูง 451.9 เมตร (1,483 ฟุต)
หอที่สร้างด้วยคอนกรีตสูงที่สุดในโลก หอ CN Tower ในกรุงโตรอนโต ประเทศแคนาดา สูง 553.34 เมตร (1,815 ฟุต 5 นิ้ว)
หอที่สร้างด้วยเหล็กที่สูงที่สุดในโลก หอ Eiffel ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สูง 300 เมตร
เขื่อนคอนกรีตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เขื่อน the Grand Coulee ในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา มีสันเขื่อนยาว 1,272 เมตร (4,173 ฟุต) สูง 168 เมตร (550 ฟุต) มีความจุ 21.5 ล้านตัน
กำแพงที่ยาวที่สุดในโลก กำแพงเมืองจีน ซึ่งสร้างในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ มีความยาว 2,150 ไมล์ (3,460 กิโลเมตร)
คลองเดินเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คลอง Suez ที่เชื่อมระหว่างทะเลแดง กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีความยาวจากเมืองท่า Said ไป Suez Road ยาว 485.5 เมตร (1,592 ฟุต 10 นิ้ว)
สนามกีฬากลางแจ้งในสมัยโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นามกีฬาในกรุงโรม ประเทศอิตาลี จุคนดูได้ 80,000 ที่นั่ง
สนามกีฬากลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สนามกีฬา The Strahov Stadium ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก จุคนดูได้ 240,000 ที่นั่ง
สนามกีฬาในร่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สนามกีฬา Louisians Superdome ในนิวออร์ลีน สหรัฐอเมริกา มีเนื้อที่ 13 เอเคอร์ จุคนดูได้ 97,365 ที่นั่ง
ห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ห้องสมุดในรัฐสภาอเมริกา (The Library of Congress) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีหนังสือกว่า 16,764,805 เล่ม และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ 25,934,708 รายการ และอุปกรณ์ที่ใช้ค้นคว้าข้อมูลทางการศึกษาอีกว่า 82,498,662 รายการ บนชั้นหนังสือยาว 532 ไมล์
พิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พิพิธภัณฑ์ The Smithsonian Institution ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์ 16 หลัง แต่ละพิพิธภัณฑ์จะเป็นที่จัดแสดงสิ่งของและหลักฐานทางความรู้ต่าง ๆ กว่า 140 ล้านชิ้น
จตุรัสที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก จัตุรัสเทียนอันเหมิน (Tiananmen) ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มีเนื้อที่ทั้งหมด 98 เอเคอร์
ถนนที่ยาวที่สุดในโลก ถนนที่ชื่อ The Pan-American Highway ที่ตัดตรงจากรัฐอลาสก้า ในทวีปอเมริกาเหนือ ไปสิ้นสุดที่ประเทศบราซิล ในทวีปอเมริกาใต้ รวมระยะทางยาว 24,140 กิโลเมตร (15,000 ไมล์)
สนามบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สนามบิน The King Khalid Intemational Airport ในประเทศซาอุดิอาระเบีย มีเนื้อที่ 225 ตารางกิโลเมตร
สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก สถานีรถไฟ Grand Central Terminal ในรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มีเนื้อที่ทั้งหมด 48 เอเคอร์ แบ่งเป็น 2 ชั้น มีรางรถไฟ 41 รางที่ชั้นบน และอีก 26 รางที่ชั้นล่าง มีรถไฟเข้า-ออก เฉลี่ยมากกว่า 550 เที่ยวต่อวัน
ทางรถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลก ทางรถไฟสาย Tran-Siberian Line ที่เชื่อมระหว่างกรุง Moscow กับเมือง Nakhodka ของรัฐเซีย คิดเป็นระยะทาง 5,864.5 ไมล์ (9,438 กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินทาง 8 วัน 4 ชั่วโมง 25 นาที
ท่าเรือที่มีขนาดกว้างที่สุดในโลก ท่าเรือ The Port of New York and New Jersey ในสหรัฐอเมริกา มีเนื้อที่ทั้งหมด 238 ตารางกิโลเมตร
สะพานที่ยาวที่สุดในโลก สะพานที่ชื่อ The Second Lake Pontchartrain Causeway เชื่อมระหว่าง Manderville และ Metairie รัฐ Louisiana สหรัฐฯ ยาว 38.42 กิโลเมตร (23.87 ไมล์)
สะพานที่กว้างที่สุดในโลก สะพานที่ชื่อ The Sydney Harbour ในประเทศออสเตรเลีย มีถนนให้รถวิ่ง 8 เลน (รวมทางเดินเท้าและทางสำหรับจักรยาน) กว้าง 48.8 เมตร (160 ฟุต)
สะพานสำหรับรถวิ่งที่อยู่สูงที่สุดในโลก สะพานแขวนที่ทอดข้ามแม่น้ำ Arkansas ในรัฐโคโลราโด สหรัฐฯ ชื่อ The Royal Gorge อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 321 เมตร (1,053 ฟุต)
สะพานที่มีการจราจรคับคั่งที่สุดในโลก สะพาน The San Francisco Oakland Bay Bridge ในซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ มีจำนวนรถที่สัญจรไปมาเฉลี่ยวันละกว่า 274,000 คัน
โรงกลั่นน้ำมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โรงกลั่นน้ำมันชื่อ Amaco's refinery ในรัฐ Texas สหรัฐฯ มีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ 433,000 บาร์เรลต่อวัน
ท่อส่งน้ำมันที่ยาวที่สุดในโลก ท่อส่งน้ำมันของ The Interprovincial Pipe Line Inc. ที่วางท่อส่งน้ำมันเชื่อมระหว่างเมือง Edmonton ในรัฐ Alberta ประเทศแคนาดา ผ่าน Chicago ไป Montreal เป็นระยะทาง 3,787 กิโลเมตร (2,353 ไมล์)
ปืนใหญ่ (Cannon) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปืน the Tsar Pushka ของรัสเซีย ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ขนาดของลำหล้องกว้าง 89 เซนติเมตร (35 นิ้ว) ยาว 5.34 เมตร (17 ฟุต 6 นิ้ว) และหนัก 39.3 ตัน
ระฆังที่มีขนาดใหญ่และหนักที่สุดในโลก ระฆัง The Tsar Kolokol ในกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5.9 เมตร หนัก 196 ตัน
พระพุทธรูปที่ทำด้วยทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พระพุทธรูปที่สร้างในสมัยสุโขทัย ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร หน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว หนักประมาณ 5 ตัน
พระพุทธรูปที่สร้างด้วยทองบรอนซ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พระพุทธรูปไดบุตซุ ที่เมืองคามากุระ ประเทศญี่ปุ่น สร้างด้วยทองบรอนซ์ สูง 38 ฟุต หนัก 500 ตัน
ภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดในโลก ภาษาจีนกลาง (Mandarin) ที่มีคนใช้เป็นภาษาพูดราว 863,000,000 คน
ศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ศาสนาฮินดู
ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือต้น Ginant redwood หรือ gian sequoia วัดเส้นรอบวงโดยรอบ 101 ฟุต 6 นิ้ว (31 เมตร)
พืชที่มีใบใหญ่ที่สุดในโลก ดอก Gigantic waterlily (Victoria amazonica) หรือใบบัววิคตอเรีย) วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 6 ฟุต (2 เมตร)
ดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดอก Rafflesia (Rafflesia arnoldii) ในเกาะสุมาตราและบอร์เนียว วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 3 ฟุต 4 นิ้ว (1 เมตร และหนักถึง 7 กิโลกรัม)
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปลาวาฬสีฟ้า (Blue whale) มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 80-90 ฟุต (24-27 เมตร) และหนัก 128-148 ตัน
สัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ลิกอริลลา (Gorilla) ตัวผู้ที่โตเต็มที่ มีความสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว (2 เมคร) และหนัก 140-180 กิโลกรัม
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ตัว Lemur (Lesser mouse lemur) ที่พบบนเกาะ Madagascar มีลำตัวยาว 4 นิ้ว (12.5 เซนติเมตร)
สัตว์จำพวกนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นกกระจอกเทศ (Ostrich) สูงเฉลี่ย 2.74 เมตร (9 ฟุต)
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีตัวสูงที่สุดในโลก ยีราฟ (Giraffe) มีความสูงประมาณ 20-30 ฟุต
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก เสื้อชีตาร์ (Cheetah) มันวิ่งบนพื้นราบได้ความเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สัตว์ที่มีเสียงดังที่สุดในโลก ปลาวาฬสีน้ำเงิน เสียงดังวัดได้ 188 เดซิเบล
สัตว์กินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หมีขั้วโลก (Polar bear) ตัวผู้ที่โตเต็มที่จะหนัก 880-1,300 ปอน และสูง 95-102 นิ้ว
สัตว์เลือดอุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ลิงกอริลลา เมื่อยืนวัดได้สูง 5 ฟุต 11 นิ้ว หนัก 386 ปอนด์
สัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มังกรโคโมโด (Komodo dragon) ที่พบในเกาะโคโมโด ประเทศอินโดนีเซีย มีลำตัวยาว 10 ฟุต (3 เมตร และหนัก 135 ปอนด์ (61 กิโลกรัม)
นกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก นกฮัมมิ่ง (Bee hummingbird) ในคิวบา มีลำตัวยาว 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) และหนัก 1.6 กรัม
นักที่บินได้เร็วที่สุดในโลก เหยี่ยว (Peregrine falcon) บินได้ความเร็ว 160-440 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นกที่บินได้สูงที่สุดในโลก นก Ruppell's vulture บินที่ระดับความสูง 37,000 ฟุต
นกที่มีปีกกว้างและใหญ่ที่สุดในโลก นก Wandering albatross มีปีกกว้างกว่า 3.5 เมตร
นกที่มีตาไวที่สุดในโลก นกแร้ง (Golden eagle) สายตาดีกว่าคน 8-10 เท่า
สุนัขที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สุนัขพันธ์ Irish wolfhound, Old English mastiff และ St.bernard พวกมันจะมีน้ำหนักตั้งแต่ 77-91 กิโลกรัม (22 ปอนด์)
สุนัขที่มีขนดาเล็กที่สุดในโลก สุนัขพันธ์ Yorkshire terrier มีความสูงแค่ 6.3 เซนติเมตร และหนักแค่ 113 กรัม
เต่า (Tortoise) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เต่า Galapagos ตัวที่โตเต็มที่จะมีลำตัวยาว 135.5 เซนติเมตร กว้าง 102 เซนติเมตร สูง 68.5 เซนติเมตร และหนัก 385 กิโลกรัม
งูที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก งู Anaconda ที่พบในเขตร้อนในทวีปอเมริกาใต้ และที่ Trinidad มีน้ำหนักเกือบ 227 กิโลกรัม (500 ปอนด์)
งูมีพิษที่มีลำตัวยาวที่สุดในโลก งูเห่า (The king cobra) ที่พบในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย มีความยาวเฉลี่ย 3.65-4.5 เมตร
งูมีพิษที่มีเขี้ยวยาวที่สุดในโลก งู gabon viper เขี้ยวของมันวัดได้ยาวเกือบ 2 นิ้ว
งูที่เลื้อยได้เร็วที่สุดในโลก งู black mamba พบในเขตร้อนทางตะวันออกของอัฟริกา มันเลี้อยได้เร็วราว 16-19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
กบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กบยักษ์ในทวีปอัฟริกัน พันธุ์ Goliath frog มีลำตัวยาว 1 ฟุต (30 เซนติเมตร) และหนัก 3.3 กิโลกรัม
คางคกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คางคก Cane toad พบในประเทศเม็กซิโก มีลำตัวยาวกว่า 9 นิ้ว (23 เซนติเมตร) และหนัก 450 กรัม)
แมลงที่มีขามากที่สุดในโลก กิ้งกือ (Millipede) พันธุ์ llacme plenipes ที่สหรัฐฯ มีขาถึง 375 คู่ (750 ขา)
ดาวเคราะห์ร้อนที่สุด ดาวศุกร์ (Venus) มีอุณภูมิที่พื้นผิว 864 F
ดาวเทียมดวงแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่อากาศ ดาวเทียมสปุตนิก 1 ของรัสเซีย
สถานีอวกาศลำแรก สถานีอวกาศ Mir ของรัสเซีย
สิ่งมีชีวิตรายแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาส สุนัขชื่อไลก้า โดยยานอวกาสสปุตนิก 2 ของรัสเซีย มีชีวิตอยู่ 7 วันตาย
มนุษย์คนแรกของโลกที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาส ยูริ กาการิน ชาวรัสเซีย ยานวอสต๊อค 1
มนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์ นิล เอ อาร์มสตรอง ชาวอเมริกัน ยานอะพอลโล 11
มนุษย์อวกาศหญิงคนแรกของโลก วาเลนติน่า วี เทเรสโควา ชาวรัสเซีย ยานอวกาสวอสต๊อค 6
สถานีอวกาศลำแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรของโลก สถานีอวกาศ Skylab

Credit : geocities.com

02 กุมภาพันธ์ 2552

141 ที่สุดของโลก

1.ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทวีปเอเซีย
2.ทวีปที่เล็กที่สุดในโลก - ทวีปออสเตรเลีย
3.คาบสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก - คาบสมุทรอาหรับ
4.มหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก - มหาสมุทรแปซิฟิก
5.มหาสมุทรที่เล็กที่สุดในโลก - มหาสมุทรแอนตาร์กติก
6.ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลจีนใต้
7.ทะเลส่วนที่ลึกที่สุดในโลก - บริเวณChallenger ใกล้เกาะมาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิก
8.ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบสุพีเรีย อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับแคนาดา
9.ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบแคสเปียน อยู่ระหว่างทางใต้ของรัสเซียกับอิหร่าน
10.ทะเลสาบที่มีน้ำเค็มที่สุดในโลก - ทะเลสาบเดดซี อยู่ระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน
11.ทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก - ทะเลสาบไบคาล ในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย
12.ทะเลสาบที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก - ทะเลสาบกัลลาเซียล ในธิเบต
13.ทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบมืด เหนือเขื่อนระหว่างรัฐเนวาดากับอริโซนา
14.อ่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก - อ่าวเม็กซิโก
15.ปากแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก - ปากแม่น้ำออฟเฟน โพรเซ็น อ๊อป ประเทศรัสเซีย
16.แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก - แม่น้ำไนล์ ทวีปแอฟริกา
17.แม่น้ำที่สั้นที่สุดในโลก - แม่น้ำดี ริเวอร์ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา
18.แม่น้ำที่กว้างที่กว้างที่สุดในโลก - แม่น้ำอเมซอน ทวีปอเมริกาใต้
19.แม่น้ำที่เกิดอุทกภัยมากที่สุดในโลก - แม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำวิปโยค ประเทศจีน
20.คลองธรรมชาติที่ยาวที่สุดโลก - คลองยุ่นโห ประเทศจีน
21.คลองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก - คลองสุเอช
22.หมู่เกาะที่มีเกาะต่างๆอยู่หนาแน่นที่สุด - หมู่เกาะอินดีส
23.ช่องแคบที่ยาวที่สุดในโลก - ช่องแคบตาต้า
24.เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก - เกาะกรีนแลนด์ มหาสมุทรอาร์คติค
25.ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก - ยอดเขาเอเวอเรสต์
26.เทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก - เทือกเขาแอนดีส ทวีปอเมริกาใต้
27.ช่องแคบระหว่างภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ช่องแคบบนแกรนด์ แคนยอน รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา
28.ยอดภูเขาไฟที่สวยและสูงที่สุดในโลก - ภูเขาไฟฟูจิยามา ประเทศญี่ปุ่น
29.ทะเลทรายที่ใหญ่และร้อนที่สุด - ทะเลทรายซาฮาร่า ในแอฟริกาเหนือ
30.น้ำตกที่มีทัศนียภาพสวยงามและใหญ่ที่สุดในโลก - น้ำตกไนแองการา อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกา และแคนาดา
31.น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก - น้ำตกแองเจิล ประเทศเวเนซูเอลา
32.ประเทศที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก - ประเทศรัสเซีย
33.ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก - นครรัฐวาติกัน
34.ประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุด - ประเทศจีน
35.เมืองที่มีพลเมืองมากที่สุด - โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
36.ประเทศที่มีพลเมืองน้อยที่สุด - นครรัฐวาติกัน
37.ประเทศที่มีเกาะมากที่สุด - ฟิลิปปินส์
38.ประเทศที่มีทะเลสาบมากที่สุด - ฟินแลนด์
39.ประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุด - อินโดนีเซีย
40.ประเทศที่อยู่สูงที่สุด - ธิเบต
41.ประเทศที่มีพื้นที่ต่ำที่สุด - อิสราเอล
42.ประเทศที่มีแผ่นดินไหวบ่อยที่สุด - ประเทศญี่ปุ่น
43.ประเทศที่มีภาษามากที่สุด - ประเทศอินเดีย
44.ประเทศที่มีเมืองขึ้นมากที่สุด - อังกฤษ
45.เมืองที่มีคลองมากที่สุด - เวนิส ประเทศอิตาลี
46.ประเทศที่ขุดแร่ดีบุกมากที่สุด - มาเลเซีย
47.ประเทศที่ปลูกกาแฟมากที่สุด - บราซิล
48.ประเทศที่ผลิตกระดาษมากที่สุด - แคนาดา
49.ประเทศที่ขุดเพชรได้มากที่สุด - สหภาพแอฟริกาใต้
50.ประเทศที่มีแร่เงินมากที่สุด - เม็กซิโก
51.ประเทศที่มียางพารามากที่สุด - มาเลเซีย
52.ประเทศที่มีทับทิมมากที่สุด - พม่า
53.ประเทศที่มีทองคำขาวมากที่สุด - สหภาพโซเวียตรัสเซีย
54.ประเทศที่มีแร่พลวงมากที่สุด - สาธารณรัฐประชาชนจีน
55.ประเทศที่ขุดสินแร่อลูมิเนียมได้มากที่สุด - สวิสเซอร์แลนด์
56.ประเทศที่ผลิตหินอ่อนมากที่สุด - อิตาลี
57.ประเทศที่ผลิตแร่ปรอทได้มากที่สุด - สเปน
58.ประเทศที่มีถ่านหินมากที่สุด - สหรัฐอเมริกา
59.ประเทศที่มีแมงกานีสมากที่สุด - อินเดีย
60.ประเทศที่ประดิษฐ์และส่งดาวเทียมประเทศแรก - สหภาพโซเวียตรัสเซีย
61.ประเทศที่ส่งมนุษย์อวกาศไปดวงจันทร์ได้สำเร็จประเทศแรก - สหรัฐอเมริกา
62.ประเทศที่จับปลาได้มากที่สุดในโลก - ญี่ปุ่น
63.ประเทศที่มีฟยอร์ดมากที่สุดในโลก - นอร์เวย์
64.ประเทศที่ผลิตเหล้าองุ่นมากที่สุด -ฝรั่งเศส
65.ประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุด - เยอรมนี
66.ประเทศที่ปลูกอ้อยมากที่สุด - คิวบา
67.ประเทศที่มีต้นควินินมากที่สุด - อินโดนีเซีย
68.ประเทศที่ปลูกข้าวสาลีมากที่สุด - รัสเซีย
69.ประเทศที่ปลูกชามากที่สุด - สาธารณรัฐประชาชนจีน
70.ประเทศที่ปลูกฝ้ายมากที่สุด - สหรัฐอเมริกา
71.ประเทศที่มีข้าวเจ้าพันธุ์ดีที่สุด - ไทย
72.ประเทศที่มีแร่เหล็กมากที่สุด - สวีเดน
73.ประเทศที่เลี้ยงไหมมากที่สุด - จีน
74.ประเทศที่ผลิตนมมากที่สุด - สวิสเซอร์แลนด์
75.ประเทศที่ปลูกสับปะรดมากที่สุด - เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกา
76.ประเทศที่ปลูกส้มมากที่สุด - รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
77.ประเทศที่ผลิตพรมได้มากและคุณภาพดีที่สุด - เปอร์เซีย
78.ประเทศที่ขุดน้ำมันดิบส่งออกมากที่สุด - ซาอุดิอาระเบีย
79.ชาติที่ประดิษฐ์เข็มทิศใช้ในการเดินเรือเป็นชาติแรก - จีน
80.บัตรอวยพรอะไรที่มีเป็นอย่างแรก - บัตรอวยพรวันวาเลนไทน์
81.ศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุด - ศาสนาคริสต์
82.ศาสนาที่เก่าแก่ที่สุด - ศาสนาฮินดู
83.กำแพงที่ยาวที่สุด - กำแพงเมืองจีน
84.วัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - นครวัต ประเทศกัมพูชา
85.โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก - โรงแรมลาสเวกัส ฮิลตัน รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
86.ตึกที่สูงที่สุดในโลก - ตึกเซียส์ ที่ชิกาโก สหรัฐอเมริกา
87.ป่าที่ใหญ่ที่สุด - ป่ามหาวัน ประเทศอินเดีย
88.สะพานที่ยาวที่สุด - สะพานเซคอนด์ เลค พอนซาเทรน คอสเวย์ อยู่ที่ลอสแองเจลลิส สหรัฐอเมริกา
89.สะพานที่กว้างที่สุด - สะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์
90.สะพานแขวนที่ยาวที่สุด - สะพานพระราม9 กรุงเทพมหานคร
91.ทางรถไฟที่ยาวที่สุด - ทรานส์ไซบีเรีย
92.อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุด - อุโมงค์ซิมพลอน
93.สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุด - สถานีแกรนด์ เซนทรัล เทอร์มินอล
94.ถนนที่ยาวที่สุด - ถนนแพน-อเมริกัน ไฮเวย์
95.เครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุด - เครื่องบินเจ็ท โบอิ้ง747
96.เรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุด - เรือควีน อลิซาเบธ
97.เรือบรรทุกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด - เรือซีวีส ไจเอ้น
98.ป่าที่ทึบที่สุดในโลก - ป่าเซลวาส ลุ่มแม่น้ำอเมซอน
99.ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุด - ต้นซานตา มาเรีย เด็ล ตูลี ในเม็กซิโก
100.ต้นไม้ที่อายุยืนที่สุดในโลก - ต้นสนPinus longaeva รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
101.ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก - Arnold \'s Rafflesia เกาะสุมาตรา
102.ปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ปิรามิดQuetzalcoatl
103.คุกที่แข็งแรงที่สุด - คุกอัลคาตราส ในซานฟรานซิสโก
104.จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุด - จตุรัสเทียนอันเหมิง ปักกิ่ง
105.สิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุด - สุสานหินอ่อนทัชมาฮาล เมืองอักรา ประเทศอินเดีย
106.ประเทศที่มีชื่อเสียงในการทำนาฬิกา - สวิสเซอร์แลนด์
107.ระฆังใบใหญ่ที่สุด - ระฆังซาร์โคโลโคล อยู่ที่ปราสาทอิวานเวลิกี้ พระราชวังเครมลิน มอสโคว สหภาพโซเวียต
108.เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก - เพชรคุลลินาน
109.หอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน ในกรุงวอชิงตัน
110.นาฬิกาเรือนใหญ่ที่สุดในโลก - นาฬิกาบิกเบน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
111.ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด - ดาวศุกร์
112.ดาวฤกษ์ดวงไหนมีแสงสว่างมากที่สุด - ดาวซิริอัส(Sirius) มีสีเขียวแกมน้ำเงิน
113.นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก - นางศิริมาโว บันดาราไนยเก ประเทศศรีลังกา
114.มนุษย์อวกาศคนแรกของโลก - ยูริ กาการิน ชาวรัสเซีย
115.มนุษย์อวกาศหญิงคนแรกของโลก - วาเลนตินา วลาดิมิโรฟนา เทเรสโกวา ชาวรัสเซีย
116.ผู้ที่เดินเรือรอบโลกเป็นคนแรก - แม็คเจลแลน
117.สัตว์ที่มีจำนวนมากที่สุด - แมลง
118.สัตว์ที่มีอายุยืนที่สุด - เต่าทะเล
119.สัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - ช้าง
120.สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - ปลาวาฬ
121.นกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - นกกระจอกเทศ
122.สัตว์ที่มีเสียงดังที่สุด - ปลาวาฬสีน้ำเงิน
123.สัตว์ที่เตลื่อนที่ได้เร็วที่สุด - เหยี่ยวฟิรีกริน
124.สัตว์ที่เคลื่อนที่ได้ช้าที่สุด - ปู ในบริเวณทะเลแดง
125.นกที่มีอายุยืนที่สุด - กา
126.นกที่ตัวเล็กที่สุด - นกฮัมมิ่ง
127.นกที่บินเร็วที่สุด - นกอินทรี
128.นกที่มองได้ไกลที่สุด - เหยี่ยว
129.นกที่ตาไวที่สุด - แร้ง
130.สัตว์ที่สายตาสั้นและดุร้ายที่สุด - แรด
131.ปลาที่ร้ายกาจที่สุด - ปิรันยา
132.ไก่ที่ไข่ดกที่สุด - ไก่พันธุ์เล็กฮอร์น
133.ธาตุที่เบาที่สุด - ธาตุไฮโดรเจน
134. เนื้อที่ : ประเทศรัสเซีย เป็นประเทศที่มี เนื้อที่มากที่สุดในโลก ประมาณ 17,075,400 ตารางกิโลเมตร เนื้อที่น้อยที่สุด คือ นครรัฐ วาติกัน มี เพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร
135. ระดับความสูงของที่ตั้งประเทศ :ประเทศธิเบตเป็นประเทศ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก คือ สูงกว่า ระดับน้ำทะเล 12,087 ฟุต (3,626.1 เมตร) ส่วนประเทศที่ตั้งอยู่ต่ำ ที่สุด คือ ประเทศอิสราเอลบริเวณทะเล Death Sea ซึ่งต่ำกว่าระดับ น้ำทะเล 1,292 ฟุต (387.60 เมตร)
136. พรมแดนของประเทศ : ประเทศจีนมีพรมแดน ติดต่อกับ ประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุดในโลกถึง 14 ประเทศ ส่วนพรมแดน รอยต่อประเทศที่ยาวที่สุดในโลก คือ พรมแดนระหว่างประเทศ สหรัฐอเมริกากับประเทศแคนาดา ที่ยาวถึง 3,987 ไมล์ หรือ ประมาณ 6,379 กิโลเมตร ส่วนพรมแดนที่สั้นที่สุดคือ พรมแดน ของประเทศอิตาลีกับนครรัฐวาติกัน ที่ยาวเพียง 2.53 ไมล์ หรือ ประมาณ 4.05 กิโลเมตรเท่านั้น
137. จำนวนประชากร : ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ราว 1,178.5 ล้านคน 5. อัตราการเกิด : ประเทศมาลาวี ทวีปแอฟริกา เป็นประเทศ ที่มีอัตราการเกิดมากที่สุด คือ ร้อยละ 5.5 ส่วนนครรัฐวาติกัน มีอัตราการเกิดน้อยที่สุด คือ มีอัตราการเกิดเป็น 0
138. อัตราการตาย : ประเทศอัฟกานิสถาน เป็นประเทศที่มีอัตราการตายมากที่สุดคือ ร้อยละ 2.2 ส่วนคูเวตมีอัตราการการตายต่ำสุด เพียงร้อยละ 0.2 เท่านั้น
139. อายุเฉลี่ย : ประเทศที่จัดว่ามีประชากรอายุยืนที่สุด คือ ญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุเฉลี่ย ชาย 76 ปี หญิง 82 ปี ส่วนประเทศที่ประชากรมี อายุเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ ประเทศ เซียร์ราลีโอน เฉลี่ยชาย 41 ปี เฉลี่ยหญิง 45 ปี
140. ภาษาพูด : ประเทศอินเดียครองความเป็นเจ้าแห่งภาษา คือ มีภาษาพูดมากกว่า 840 ภาษา
141. เกาะ : ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเกาะมากที่สุด ในโลก คือ ประมาณ 13,000 เกาะ

Credit : my.dek-d.com/flowerpink และ Nongmai เเห่งพันธุ์ทิพย์

28 มกราคม 2552

10 วิธีผ่อนคลายความเครียด

ความเครียดเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม 10 วิธีดังต่อไปนี้จะช่วยคุณผ่อนคลายความเครียด

1. ลดหรือเลิกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โค้ก หรือ ช็อคโกแลต ถ้าคุณทำได้ผลที่ตามมาก็คือความผ่อนคลายทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น มีความกระฉับกระเฉงในการทำงาน และกล้ามเนื้อจะไม่อ่อนล้า
2. บริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ พยามยามยกเว้นบริโภคอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ (JUNK FOOD)
3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยที่สุดคุณควรออกกำลังกาย 3 ครั้ง ต่อ 1 อาทิตย์ โดยใช้เวลา 30 นาทีต่อครั้งเป็นอย่างต่ำ การออกกำลังกายที่เป็นที่นิยมได้แก่ การเดิน การวิ่ง การว่ายน้ำ เล่นเทนนิส หรือ แบตมินตัน
4. นอนให้เพียงพอ เมื่อคุณพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้มีโอกาสเกิดความเครียดได้สูง ถ้าคุณกำลังเผชิญอยู่กับความเครียด ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้ เข้านอนเร็วกว่าปกติ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นถ้าคุณยังรู้สึกอ่อนเพลียให้คุณเข้านอนเร็วกว่าเดิมอีก 30 นาที จากนั้นคุณจะค้นพบเวลานอนที่เหมาะสมกับตัวคุณเองที่จะทำให้คุณไม่อ่อนเพลีย 3 สิ่งที่บ่งบอกว่าคุณนอนหลับเพียงพอ คือ รู้สึกสดชื่นเวลาตื่นนอน รู้สึกกระฉับกระเฉงตลอดวันคุณจะตื่นนอนขึ้นเองในตอนเช้าโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก
5. รู้จักฝึกฝนตนเองให้ผ่อนคลายอยู่เสมอเมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น คุณควรปฏิบัติดังนี้ หาเวลาเดินเล่นหรือนั่งเล่นในสวน ใช้เวลาเล่นกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน หรือการนอนหลับฯลฯ และยังมีกิจกรรมที่ยังต้องอาศัยทักษะเฉพาะด้านที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ เช่น การนั่งสมาธิ
6. จริง ๆ แล้ว หนึ่งในวิธีที่จะผ่อนคลายความเครียดได้ดีที่สุดคือ การงดเว้นการทำกิจกรรมต่าง ๆ
7. ไม่ควรตั้งความหวังให้สูงเกินไป คนส่วนใหญ่เกิดความเครียดเนื่องจากการไม่สมหวังฉะนั้น คุณไม่ควรตั้งความหวังไว้สูง ควรตั้งความหวังให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง
8. มองโลกในแง่ดี และเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นเรื่องท้าทาย
9. เมื่อเกิดความเครียดพยายามหาที่ปรึกษาพูดคุยที่คุณไว้ใจได้
10. อารมณ์ขันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบำบัดความเครียด

Credit : expert2you.com

18 มกราคม 2552

เรื่องน่ารู้รอบโลก เกี่ยวกับการจูบ

"การจูบ" จัดเป็นกิจกรรมคุ้นเคยสำหรับคู่รัก (ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว) ทุกคน ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ ช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนจนมีความสุข และยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนรักให้หายไปได้ เช่นนั้นแล้ว เรามาดูกันดีกว่า ว่ารอบโลกใบนี้ มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับการจูบอย่างไรบ้าง ..

- การจูบหนึ่งนาที จะเผาผลาญพลังงานไป 26 แคลลอรี่
- ค่าเฉลี่ยการจูบของคนทั่วไป ในตลอดชีวิต นับได้เป็นเวลา 2 อาทิตย์ติดต่อกัน
- ชาวเอสกิโม ใช้การถูจมูก แทนการจูบ
- ชาวโรมัน นอกจากจะจูบที่ปากแล้ว ยังนิยมการจูบที่ดวงตาด้วย
- ในรัสเซีย สัญลักษณ์ ที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุด คือจูบจากพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย
- ขนบธรรมเนียมในสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรีย ผู้ชายต้องจูบลงที่หลังมือของผู้หญิง
- ชาวยุโรปทักทายกัน ด้วยการจูบอีกฝ่าย ที่แก้มทั้งสองข้าง
- ชนเผ่าแอฟริกันดั้งเดิม แสดงความเคารพผู้นำ ด้วยการจูบพื้นดิน ที่ผู้นำของพวกเขาเพิ่งจะเดินผ่าน
- ในประเทศไอร์แลน ผู้คนมีความเชื่อว่า จะโชคดี หากได้จูบ หิน Blarney
- ชื่อวิทยาศาสตร์ของการจูบคือ philematology
- จูบที่นานที่สุดอย่างเป็นทางการ คือ 29 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสถิติจากการแข่งขัน "Breath Savers Longest Kiss Challenge"
ที่นิวยอร์ก ในวันที่ 24 มีนาคม 2541
- จูบใต้น้ำที่ยาวนานที่สุดอย่างเป็นทางการ คือ 2 นาที 28 วินาที ที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 2 เมษายน 2523
- หนังเรื่องแรกของโลกที่มีฉากจูบกัน ชื่อ The Kiss พระเอกชื่อ John C จูบกันนางเอกชื่อ May Irwin
- หนังที่มีฉากจูบมากที่สุด (127 ครั้ง) ชื่อ Don Juan ซึ่ง John Barrymore จูจุ๊บส์ สองสาวชื่อ Mary Astor และ Estelle Taylor
- สองเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา คือ 1.เมือง Hartford, Connecticut ถือเป็นเรื่องผิดกฏหมาย ถ้าสามีจะจูบภรรยาใน
วันอาทิตย์!! และ 2. เมือง Cedar Rapids ถือเป็นคดีอาญา หากคุณนึกสนุก อยากจะจูบคนแปลกหน้าขึ้นมา!!

Credit : fwdder.com

21 ตุลาคม 2551

The Tree Circus


Axel Erlandson (1884-1964) was an American arborsculptor who opened a horticultural attraction in 1947 featuring his unique shaped trees. The attraction was eventually named "The Tree Circus".

Erlandson was born the son of Swedish immigrants. He married his wife Leona in 1914. He raised beans and other crops in Central California near Turlock. There, inspired by observing a natural inosculation in his hedgerow he began to shape trees. He began his work with trees in 1925.[1]Correspondence from A. N. Erlandson to Wallace Davis, March, 24th 1952, Santa Cruz, California, Museum of Art and History, special collections He would create designs on paper first and then plant in the specified patterns; pruning, bending and grafting them. This began as a hobby for the amusement of himself and his family.


In 1945, Erlandson's daughter and wife took a trip to the ocean near Santa Cruz, California. There they saw people lined up to pay to see such oddities as tilted buildings at the Mystery Spot. They returned home and mentioned (off hand) that Axel's trees could draw people who would pay to see them if they were on a well-traveled tourist route. Axel jumped on the idea and bought a small parcel of land in Scotts Valley, California on the main road between the Santa Clara Valley and the ocean; and started the process of transplanting the best of his trees to their new home. The Tree Circus opened in the spring of 1947.


On June 4th 1947 Erlandson wrote to Robert Ripley sending him 2 photos of his trees and inviting him to visit.[2]Correspondence from A. N. Erlandson to Robert Ripley, June 4th 1947, Santa Cruz, California, Museum of Art and History, special collectionsErlandson's trees appeared in the column of Robert Ripley's Believe It or Not! twelve times.[3]Turlock Journal pg. 15, (Obituary) April 30, 1964 To create the "Basket Tree", Erlandson planted six sycamore trees in a circle, topped them all at one foot, then approach-grafted them together one to another to form the diamond patterns or the first 2.5 meters (8'). He left an opening at the top. This specimen today is featured as the centerpiece of Gilroy Gardens.


Erlandson taught himself over a period of decades, how to train the growth of trees into shapes of his own design. When children asked how he got his trees to grow like this, he would reply, "I talk to them."[4]Erlandson, Wilma, My Father Talked to Trees, 2001 P.13 ISBN 0-9708932-0-5 Erlandson considered his methods "trade secrets." Income from admission was scant, in 1955 a relatively good year the Tree Circus brought in $321.20[5]Santa Cruz, California, Museum of Art and History, special collectionsThe opening of Highway 17 took the tourist traffic away. Life Magazine ran a pictorial in the January 14, 1957 issue, improving attendance.


In 1963, Erlandson sold the property for $12,000 and died the following year. The new owners, Larry and Peggy Thompson named the place "The Lost World." They had large fiberglass dinosaurs made to attract the attention of the passing traffic, installed a stream, and prepared to expand the attraction to several times it's original size.


Unfortunately, Larry Thompson died before The Lost World could open. Peggy Thompson, left to raise three small children, managed to open the park successfully for a few years. She then tried to sell and the new owners defaulted. Subsequent lease owners went in and out of business.[6]Reames, Arborsculpture- Solutions for a Small Planet, 2005 p.64-71 ISBN 0-9647280-8-7


In 1977 the property was purchased for commercial development by Robert Hogan and the trees were scheduled to be bulldozed.[7]The Valley Press, February 7, 1990 Mark Primack, a young architect began documenting the trees and their story and received an art grant to draw and record the them as they were. Joseph Cahill a landscape designer paid Hogan $12,000 for the trees and was given two and a half years to move them. Cahill cleaned up the site, and Suddenly the good citizens of Santa Cruz and Scotts Valley were upset. A committee called the Friends of Scotts Valley Tree Circus was formed by Joe Cucchiara to keep the old trees put.[8]Mard Naman, New West Magazine, p24-26, August 25th 1980 Primack and his friends, at times, risked arrest for trespassing in order to water and feed the trees. Primack was quoted as saying "I know of no other single person who has taken ornamental grafting to such an extreme it is not just an oddity. It demonstrates an intriguing option for improving our environment by creating an absolutely unique space of living sculpture".[9]Santa Cruz Sentinel, Nov 1st 1981 Efforts to have the trees declared historical or a cultural resource failed and Cahill’s window for moving the trees closed. Hogan’s plan for development did not materialize.


In 1985, Michael Bonfante, owner of Nob Hill Foods, a grocery store chain and Tree Haven, a tree nursery, in Gilroy, California, bought the trees from Hogan and transplanted 24 of them to his new amusement park, Bonfante Gardens, now called Gilroy Gardens, in Gilroy, California.


Erlandson's "Telephone Booth Tree" is on permanent display at the Baltimore, Maryland American Visionary Art Museum. Erlandson's "Birch Loop" tree is on permanent display in at the Museum of Art History in Santa Cruz, California



09 ตุลาคม 2551

With You - Chris Brown

ขอโทษด้วยที่ข้าพเจ้าไม่ยอมมาอัพบล๊อกนานนะแฟนบล๊อกของข้า 555+
(มันมีด้วยเร๊อะ!!! O[]o)

โผล่มาทั้งที เอาเพลงไปฟังก่อนและกัน ไม่ขอพูดไรมาก เหอะๆๆ

Lyrics to With You by Chris Brown

I need you boo, (Ooh)
I gotta see you boo (Hey)
And the hearts all over the world tonight,
Said the hearts all over the world tonight [x2]

[Verse 1]
Hey! Little mama,
Ooh, you a stunna
Hot..lil figure,
Yes, you a winner
And im so glad to be yours,
You're a class all your own
And..
Ooh, little cutie
When..you talk to me
I swear..the whole world stops
You're..my sweetheart
And im so glad that you are mine
You are one of a kind and..

[Bridge]
You mean to me
What i mean to you and..
Together baby,
There is nothing we won't do
Cos if i gotchu,
I don't need money,
I don't need cars,
Girl, you're my all.
And..

[Chorus]
Oh!
I'm into you,
And girl,
No..one else would do,
Cuz with every kiss and every hug,
You make me fall in love,
And now I..know I can't be the only one,
I bet his heart's all over the world tonight,
With the love of his life who feel..
Wat i feel when i'm

With you [x5]
Girl..
With you [x5]

[Verse 2]
Oh Girl!
I don't want nobody else,
Without you, there's no one left then,
You're like Jordans on Saturday,
I gotta have you and I cannot wait now,
Hey! little shawty,
Say..you care for me,
You know..I care for you,
You know...that I'll be true,
You know..that i won't lie,
You know..that i would try,
To be your everything..yeah..


[Bridge]
Cuz if i got chu,
I don't need money,
I don't need cars,
Girl, you're my all.
And..

[Chorus]
Oh!
I'm into you,
And girl,
No..one else would do,
Cuz with every kiss and every hug,
You make me fall in love,
And now I..know I can't be the only one,
I bet his heart's all over the world tonight,
With the love of they life who feel..
Wat i feel when i'm

With you [x5]
Ohh..
With you [x5]
Yeah Heh..

[Bridge 2]
And I..
Will never try to deny,
Cuz you are my whole light,
Cuz if you ever let me do,
I would die..
So I won't find,
I don't need another woman,
I just need your all and nothing,
Cos' if I got that,
And I'll be straight
Baby, you're the best part of my ??

I need you boo,
I gotta see you boo
And the hearts all over the world tonight,
Said the hearts all over the world tonight [x2]
Woo Ooohh.. Yeah~
They need it boo,
They gotta see their boo,
Said the hearts all over the world tonight,
Hearts all over the world tonight [x2]

[Chorus]
Oh!
I'm into you,
And girl,
No..one else would do,
Cuz with every kiss and every hug,
You make me fall in love,
And now I..know I can't be the only one,
I bet his heart's all over the world tonight,
With the love of they life who feel..
Wat i feel when i'm

With you [x5]
Girl..
With you [x5]
Ohh..

มันยาวเป็นบ้าเลยเว้ยเฮ้ยยยย~

13 สิงหาคม 2551

50 เรื่องน่ารู้ของมหาวิทยาลัยศิลปากร


1. มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็น 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของไทย ซึ่งประกอบไปด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหิดลในปัจจุบัน)และมหาวิทยาลัยศิลปากร
2. มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจุดกำเนิดมาจากทางด้านศิลปะ ดังนั้นอาจบอกได้ว่าไม่มีนักเรียนศิลปะคนใดที่ไม่อยากมุ่งมาตร์ปรารถนามาเรียนที่นี่
3. มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคณะ-สาขาวิชาทางด้านศิลปะมากที่สุดของประเทศไทยคือ มีถึง 3 คณะคือ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์,คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และคณะมัณฑนศิลป์
4. เพลงประจำมหาวิทยาลัยศิลปากรคือเพลง Santa Lucia เป็นเพลงภาษาอิตาเลียน (เพราะมากๆขอบอก) เป็นเพลงที่ อ.ศิลป์ พีระศรีฮัมในขณะที่ทำงาน อาจกล่าวได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเดียวในไทยที่เพลงเป็นภาษาต่างประเทศ
5. สีประจำมหาวิทยาลัยก็แปลกแยกแตกต่างไม่เหมือนใคร เพราะคือสีเขียวเวอร์ริเดียน เป็นเขียวออกเข้มๆหน่อย ใครอยากรู้ไปดูได้จากสีเน็คไทของนศ. ชายศิลปากร
6. คำขวัญประจำมหาวิทยาลัย คือ “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” (Ars longa Vitra Brevis)
7. ใครอาจจะมองว่าเด็กศิลปากรเป็นเด็กที่ไม่เรียบร้อย แต่งตัวไม่ดี แต่อยากจะบอกน้องๆที่จะเข้าว่า ถ้าไม่ใช่คณะทางศิลปะ เช่นคณะโบราณคดี,คณะอักษรศาสตร์,คณะศึกษาศาสตร์ ,คณะวิทยาศาสตร์,คณะเภสัชศาสตร์ ฯลฯ ในบางวิชาอาจารย์จะบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษามาเรียนและชุดนักศึกษาต้องไม่รัด ถ้าเจออาจารย์ X บๆหน่อยเค้าไม่อนุญาตให้เข้าห้องเรียนเลย
8. มหาวิทยาลัยศิลปากรไม่ได้เด่นทางด้านศิลปะเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังมีความเด่นในสาขาวิชาอื่นๆอีก เช่น สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ,ภาษาไทย,ภาษาฝรั่งเศส ของคณะโบราณคดี สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส,ภาษาจีน,ภาษาเกาหลี,ภาษาญี่ปุ่น ของคณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาเคมี ของคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาปิโตรเคมีและวัสดุพอลิเมอร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ฯลฯ
9. มหาวิทยาลัยศิลปากรติดอันดับ 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยยอดนิยมที่มีผู้เลือกในการสอบเอ็นทรานซ์มากที่สุดในปีการศึกษา 2548 จะเห็นได้ว่าปีนี้คณะทางสายศิลป์เช่น โบราณ,อักษร,การจัดการคะแนนขึ้น 15-20 คะแนน และจะเห็นได้ว่านักเรียนสายศิลป์ที่คะแนนกลางๆส่วนใหญ่ 1 ใน 4 อันดับการเลือกในการสอบเอ็นทรานซ์จะต้องมีศิลปากร 1 อันดับ
10. คณะโบราณคดี สาขาวิชาภาษาไทยเป็นคณะที่มีผู้เลือกมากที่สุดของประเทศในการสอบเอ็นทรานซ์ปี 2548 โดยมีผู้เลือกมากถึง 2,930 คน แต่รับได้เพียง 40 คน และคะแนนขึ้นจาก 177 คะแนน เป็น 247 คะแนน
11. ในการสอบเอ็นทรานซ์ครั้งนี้พบว่านักเรียนที่ได้คะแนนสูงๆที่พอจะติดจุฬา-ธรรมศาสตร์ได้หลายคนเลือกมหาวิทยาลัยศิลปากรเช่น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์คะแนนสูงสุด 317.80 คณะโบราณคดี สาขาภาษาอังกฤษ 310.41 คณะโบราณคดี สาขาภาษาฝรั่งเศส 323.24 คณะอักษรศาสตร์ เลือกสอบคณิตศาสตร์ 2 330.67 คณะอักษรศาสตร์ เลือกสอบภาษาฝรั่งเศส 350.71
12. แต่ถึงอย่างไรก็ตามส่วนใหญ่นักเรียนที่สอบติดในมหาวิทยาลัยศิลปากรจะเป็นนักเรียนที่มีคะแนนกลางๆค่อนไปทางสูงราวๆ 255-290 คะแนน แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่เลือกทางด้านศิลปะถือว่าเป็นผู้ที่มีคะแนนระดับต้นๆของประเทศ
13. ในปีการศึกษา 2520 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราช***มารี ทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสาขาวิชาการอ่านจารึกตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรและทรงสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2522
14. ปัจจุบันพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงศึกษาที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพิมพ์ ในชั้นปีที่ 5
15. มหาวิทยาลัยศิลปากรมี 3 วิทยาเขตคือ วังท่าพระ เป็นที่เรียนของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์,สถาปัตยกรรมศาสตร์ (ชั้นปีที่ 3-5 ),คณะโบราณคดี,คณะมัณฑนศิลป์ ,วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ เป็นที่เรียนของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (ชั้นปีที่ 1-2),คณะอักษรศาสตร์,คณะศึกษาศาสตร์,คณะวิทยาศาสตร์,คณะเภสัชศาสตร์,คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เป็นที่เรียนของคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร,คณะวิทยาการจัดการ,คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและวิทยาลัยนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีที่ตลิ่งชันเป็นที่เรียนของคณะดุริยางคศาสตร์และที่ตั้งของบัณฑิตวิทยาลัย รวมถึงสำนักงานอธิการบดี อยู่ที่นี่แต่ที่ตลิ่งชันไม่นับเป็นวิทยาเขตนะจ๊ะ
16. คณะที่ถือว่าเป็นขวัญใจของหนุ่มๆในมหาวิทยาลัยคงหนีไม่พ้น คณะโบราณคดีและคณะอักษรศาสตร์
17. ส่วนคณะที่ถือว่าเป็นขวัญใจของสาวๆในมหาวิทยาลัยก็มีสถาปัตยกรรมศาสตร์,มัณฑนศิลป์,ดุริยางค์,วิศวะ
18. มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นอีกมหาวิทยาลัยที่ว่ากันว่ากระเทยเยอะมากๆๆๆคณะที่มีกระเทยเยอะๆที่สุดก็คงเป็นอักษรศาสตร์ ตามด้วยโบราณคดี ศึกษาศาสตร์และวิทยาการจัดการ
19. นักศึกษาฝั่งวังท่าพระจะได้ไปที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ใน 2 โอกาสทางการคืองานรับน้องใหม่และอีกครั้งคืองานรับพระราชทานปริญญาบัตร
20. ชาวศิลปากรเรียกโรงอาหารว่า “ยูเนี่ยน” แต่ถ้าเป็นเด็กที่เรียนทางสายศิลป์-ฝรั่งเศสมารู้สึกจะเรียกว่า “อูนิยง”
21. “ยูเนี่ยน” หรือโรงอาหาร ตอนเที่ยงไม่มีวันไหนที่คนไม่เยอะ
22. “คาเฟ่” เป็นอีกหนึ่งที่ที่ชาวศิลปากรมานั่งผ่อนคลาย หรือนั่งคุย คิดว่าร้อยละ 95 ของนักศึกษาฝั่งวังท่าพระต้องเคยมานั่งที่คาเฟ่หรือไม่ก็ต้องเคยมาซื้อขนมที่นี่หละ โดยเฉพาะไอติมกับพวกน้ำปั่น อร่อยมากๆ
23. ที่ๆมีของอร่อยๆอีกที่ก็คงเป็นที่คณะจิตรกรรมฯ ชาเย็น,กาแฟเย็น,นมเย็น อร่อยมากๆค่ะ
24. การมาเป็นนักศึกษาที่นี่ต้องทำใจหน่อยเพราะห้องน้ำเล็กมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะตรงสวนแก้ว เป็นห้องน้ำที่เล็กที่สุดในประเทศไทยเลยมั้ง (ฮิฮิ)
25. งานประจำปีของมหาวิทยาลัยที่ถือว่าดังที่สุดคือ “งานกิฟต์” ของคณะมัณฑนศิลป์ ว่ากันว่าน้ำพุมาเที่ยวงานกิฟต์ก่อนที่จะตายด้วย แล้วงานกิฟต์เป็นงานที่เด็กมหาวิทยาลัยศิลปากรจะพาแฟนมาด้วย (เพราะบางทีจัดช่วงวาเลนไทน์พอดี)
26. จากการสำรวจพบว่ามหาวิทยาลัยที่เด็กศิลปากรมีแฟนและเพื่อนอยู่เยอะที่สุด คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจเป็นเพราะว่าใกล้ๆกัน แล้วก็บางคนก็ซิ่วจากศิลปากรไปอยู่ธรรมศาสตร์ (น่าจะมีงานบอลประเพณีนะ)
27. ที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์คิดว่าคงไม่มีนักศึกษาคนไหนไม่รู้จัก “ตุ๊ดตู่”
28. ที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เป็นวิทยาเขตเดียวที่ไม่มีตึกคณะ ทุกคนจะเรียนรวมกัน
29. ลืมบอกไปวังท่าพระ ไม่ใช้คำว่าวิทยาเขตถ้าจะเรียก ก็คือ “มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ” เหมือนกับ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์”
30. นิยายหลายเรื่องก็เกิดขึ้นในรั้วศิลปากรเช่นกลิ่นสีและกาวแป้ง เป็นเรื่องของคณะจิตรกรรมฯ,เก้าอี้ขาวในห้องแดง เป็นเรื่องของคณะมัณฑนศิลป์,น้ำใสใจจริง เป็นเรื่องของคณะอักษรศาสตร์,โอเนกาทีฟ เป็นเรื่องของคณะจิตรกรรมฯ (อันนี้ไม่แน่ใจ)หรือแม้แต่น้ำพุ ก็มีการพูดถึงคณะมัณฑนศิลป์
31. เวลาร้อนๆสถานที่ตากแอร์ในมหาวิทยาลัยนอกจากจะมีห้องสมุดแล้วอีกที่ก็คือหอศิลป์
32. คณะมัณฑนศิลป์ คนที่นี่เรียกกันสั้นๆ ว่า “เดค”
33. ช่วงรับน้องทุกวันศุกร์คณะฝั่งวังท่าพระก็จะมีการแสดงของน้องใหม่ประชันกันเรียกว่า “ชนช้าง” บางทีก็มีการไปชนช้างกับฝั่งสนามจันทร์เช่น อักษร และบางทีก็มีกับมหาวิทยาลัยอื่นเช่น ศิลปกรรม จุฬาฯ เป็นต้น
34. เป็นเรื่องจริงสาวโบราณกับสาวอักษร ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ สังเกตจากกิจกรรมต่างๆ ถ้ามีโบราณก็จะไม่มีอักษร ถ้ามีอักษรก็จะไม่มีโบราณ
35. ปีนี้น้องใหม่ดาราของมหาวิทยาลัยศิลปากรก็คือ “พีท เดอะสตาร์”
36. คนมีชื่อเสียงก็จบจากที่นี่หลายคนเช่น คณะจิตรกรรมฯ เช่น อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์,ติ๊ก กลิ่นสี คณะโบราณคดี เช่น เปียโน วงเดอะซิส ,อ.เผ่าทอง ทองเจือ คณะมัณฑนศิลป์ เช่น นนทรีย์ นิมิตรบุตร (ผู้กำกับ),เอิน กัลยกร,สลอตแมชชีน,เข็ม กฤตธีรา (รายการ ตี10),ไก่ วงยูเอชที คณะอักษรศาสตร์ เช่น อิ่งอ้อย,ใหม่ ณัฐฐา ลอยด์,มนตรี เจนอักร,คณะศึกษาศาสตร์ 2 หนุ่มวงสครับ,คณะเภสัชศาสตร์ ตุ๊ก ชนกวนันท์ (แฟนบ๊วย เชษฐวุฒิ) ฯลฯ
37. ศิลปินแห่งชาติทางด้านศิลปะกว่าครึ่งจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร
38. คนทั่วไปพวกตาสี ตาสาที่ไม่รู้เรื่องถ้าถามว่าเรียนที่ไหน แล้วเราตอบว่าเรียนศิลปากร ชอบนึกว่าศิลปากรเรียนรำไทย คงคิดว่าเป็นวิทยาลัยนาฏศิลป์มั้ง (กลุ้มใจ)
39. ตราประจำมหาวิทยาลัยเป็นตราพระพิฆเนศวร์ เทพแห่งศิลปะและวิทยาการต่างๆ
40. สาขาวิชาภาษาไทย,ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เป็น 3 สาขาวิชาที่เปิดสอนเหมือนกันใน 2 คณะ คือตณะโบราณคดีและคณะอักษรศาสตร์ เท่าที่รู้นะทั้ง 2 คณะเรียนไม่เหมือนกันถ้าเป็นสาขาวิชาด้านภาษาในคณะโบราณคดีจะเน้นการนำไปใช้เช่นการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน รวมไปถึงการเน้นด้านการใช้ในการประกอบอาชีพ มีเรียนทางด้านวรรณคดีบ้างไม่เน้นทางด้านวรรณคดีมาก แต่ถ้าเป็นของคณะอักษรศาสตร์ จะเน้นการค้นคว้าทางด้านวรรณคดีในเชิงลึกมากกว่า การเรียนเพื่อนำไปใช้มีบ้างแต่ไม่เท่าของคณะโบราณคดี
41. คณะที่ถือได้ว่ามีจำนวคนเยอะที่สุดในมหาวิทยาลัยคือคณะวิทยาศาสตร์
42. และคณะที่มีคนถูกรีไทร์เยอะสุดๆก็คงเป็นคณะวิทยาศาสตร์เช่นกัน อาจเป็นเพราะว่าเรียนยากมากๆ
43. สาขาวิชาปิโตรเคมีและวัสดุพอลิเมอร์ ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นสาขาวิชาด้านปิโตรเคมีแห่งแรกของประเทศไทย
44. ที่ศิลปากรไม่ได้มีแค่หนุ่มเซอร์-สาวเซอร์ หรือเด็กแนวเท่านั้น ถ้าเข้ามาจะพบว่าที่นี่ มีเด็กหรู หนุ่มตี๋ หนุ่มเข้ม สาวห้าว สาวหวานไปจนถึงโลโซสกปรกสุดๆ ใครที่อยากเห็นเสื้อผ้าแนวอินดี้ออกใหม่ๆสามารถมาดูได้ที่นี่ หรือใครอยากเห็นว่าเทรนด์เสื้อผ้าไปถึงไหนก็มาดูได้นะคะ แต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการแบ่งแยกฐานะ เพราะถ้าคุณมีความรู้สึกแบ่งแยกคุณจะเป็นคนแปลกซะเอง
45. ได้ยินข่าวมาว่าว่าที่อักษร วิชาปราบเซียนคือวิชา “ยำไทย” หรืออารยธรรมไทยนั่นเอง บางคนเกรดได้เกียรตินิยมแต่ติดเอฟตัวนี้เลยอด
46. แต่วิชาปราบเซียนของนักศึกษาชั้นปี 1 คณะโบราณคดี คือวิชาภาษาฝรั่งเศส 1 หรือที่เรียกว่า “เฟร้นวัน” ติดเอฟกันระเนระนาดย้ายเอกแทบไม่ทัน เพราะเท่าที่รู้ว่ากันว่าภาษาฝรั่งเศสของที่นี่หินสุดๆ รับเยอะ แต่จบน้อยมาก
47. คุณจะพบว่าหากคุณอยากกินอาหารอร่อย ยูเนี่ยนอาจไม่ใช่ตัวเลือก
48. ว่ากันว่าหากเปรียบศิลปากรเป็นคนคนนึงจะเป็นคนที่สมบูรณ์มากเพราะเก่งทั้งศิลปะ วิทยาศาสตร์ ภาษาและสังคมศาสตร์
49. เท่าที่รู้มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่ค่อยมีความเป็นเลิศด้านกีฬาเท่าไรนัก
50. จากการได้เข้ามาสัมผัสด้วยตนเองคิดว่ามหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นที่ที่มีความอบอุ่นของความเป็นพี่ เป็นน้องมากๆ อย่างเพลงมหาวิทยาลัยเช่นเพลงภราดร สามัคคีธรรมบอกไว้ ถ้าเพื่อนศิลปากรมีอะไรจะเสริมก็เสริมได้นะ จะเป็นประโยชน์แก่คนที่อยากเข้าที่นี่มากๆ โดยเฉพาะที่เพชรบุรีเราไม่ค่อยรู้อ่ะ เอาไว้แค่นี้ก่อนคิดไม่ออก

Credit : Thaidoweb.com

24 กรกฎาคม 2551

10 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลก

THE 10 MOST EXPENSIVE CARS IN THE WORLD



อร๊ากกกกกกกกกกก~~!!! อยากได้หมดทุกคันเลยอ่ะ โดยเฉพาะคันที่ 9 กับคันที่ 1 +___________+

Credit : Bloggang คับป๋ม

16 กรกฎาคม 2551

โคลอสเซียม [Colisée]

Colisée

Le Colisée, à l'origine amphithéâtre Flavien (latin : Amphitheatrum Flavium, italien : Anfiteatro Flavio ou Colosseo), est un amphithéâtre elliptique situé dans le centre de la ville de Rome, entre l'Esquilin et le Caelius, le plus grand jamais construit dans l'Empire romain. Il est l'une des plus grandes oeuvres de l'architecture et de l'ingénierie romaines.

Sa construction, juste à l'est du Forum romain, a commencé entre 70 et 72, sous l'empereur Vespasien, et s'est achevée en 80 sous Titus. D'autres modifications ont ensuite été apportées au cours du règne de Domitien (81-96).[1] Le nom d'amphithéâtre Flavien dérive du nom de famille (gens Flavia) des deux empereurs Vespasien et Titus.

Pouvant accueillir entre 50 000 et 75 000 spectateurs[2], le Colisée a été utilisé pour les combats de gladiateurs et autres spectacles publics. Il est resté en service pendant près de 500 ans, les derniers jeux se prolongeant jusqu'au VIe siècle. Outre les jeux traditionnels de gladiateurs, de nombreux autres spectacles y ont été organisés, tels que des simulacres de batailles navales, des chasses d'animaux sauvages, des exécutions publiques, des reconstitutions de batailles célèbres et des drames basés sur la mythologie romaine. Le bâtiment a finalement cessé d'être utilisé au cours du haut Moyen Âge. Il a plus tard été réutilisé pour des buts variés tels que des habitations, des ateliers d'artisans, le siège d'un ordre religieux, une forteresse, une carrière et un sanctuaire chrétien.

Bien qu'il soit maintenant en état de ruine en raison des dommages causés par les tremblements de terre et la récupération des pierres, le Colisée est considéré comme un symbole de la Rome Impériale. Aujourd'hui, il est l'un de ceux de la Rome moderne, une des attractions touristiques les plus populaires et a encore des liens étroits avec l'Église catholique romaine : chaque Vendredi saint, le pape mène une procession aux flambeaux sur un chemin de croix aboutissant à l'amphithéâtre.

Le Colisée est représenté sur la pièce de monnaie italienne de 5 centimes d'euro.

โคลอสเซียม


โคลอสเซียม (อังกฤษ: Colosseum; อิตาลี: Colosseo - โคลอสโซ) เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิติตัส (Titus) ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน
ในบางครั้งจะมีการเรียกชื่อ โคลิเซียม (Coliseum)
7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โคลอสเซียมได้รับเลือกให้เป็น1 ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้งทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ

Credit : Wikipedia

วิธีถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าคอม


วิธีถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าคอม

วิธีถนอมสายตานี้น่าสนใจดี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน เป็นวิธีถนอมดวงตาคิดค้นขึ้นโดย จักษุแพทย์ชาวอเมริกันชื่อว่านายแพทย์ วิลเลียม เอช. เบตส์ (ค.ศ. 1860-1931)

วันหนึ่งนายแพทย์เบตส์กลับจากทำงานด้วยดวงตาอันอ่อนล้า เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานในห้องที่ยังไม่ได้เปิดไฟ วางข้อศอกทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ โค้งอุ้งมือทั้งสองวางครอบดวงตาของตน หลับตาพักผ่อนในท่านั้นอยู่สิบนาที พอลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่งเขารู้สึกว่าอาการปวดเมื่อยดวงตาหายไป แถมมองเห็นสิ่งต่างๆ ในห้องชัดเจนขึ้นกว่าเก่าอีกด้วย

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวนายแพทย์เบตส์ได้ค้นคิดวิธีการฝึกสายตาอย่างธรรมชาติ เพื่อพักผ่อนกล้ามเนื้อตาและช่วยรักษาสายตาให้ดีขึ้น นายแพทย์เบตส์เขียนหนังสือชื่อ Perfect Sight without Glasses เป็นที่นิยมแพร่หลาย แม้ภายหลังเขาเสียชีวิต แต่วิธีการของนายแพทย์เบตส์ยังได้รับการเผยแพร่โดยแพทย์ทั้งหลายทั่วยุโรปและอเมริกา

วิธีของเบตส์" มี 7 ท่าด้วยกัน

ท่าที่ 1 ครอบดวงตา โค้งอุ้งมือทั้งสองครอบดวงตาไว้เฉย ๆ ระวังอย่าให้อุ้งมือกดทับดวงตา นึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เช่น วันพักผ่อนสุดสัปดาห์ตามป่าเขาหรือชายทะเล อยู่ในท่านี้สัก 10 นาที

ท่าที่ 2 สร้างจินตภาพ ต่อจากท่าที่ 1 ยังคงครอบดวงตาอยู่ สร้างจินตภาพว่าตนเองกำลังมองวัตถุบางอย่างที่มีสีสันสดใส มีรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจน เช่น มองเห็นดอกเบญจมาศสีเหลืองสวย เห็นกลีบดอกแต่ละกลีบละเอียดชัดเจน สายตาที่คมชัดจากจินตนาการของเราเองจะช่วยเยียวยาสายตาจริง ๆ ของเราได้เป็นอย่างดี

ท่าที่ 3 กวาดสายตา มองแบบไม่ต้องจ้อง (คนสายตาสั้นมักจ้องและเขม้นตา) กวาดสายตาไปตามวัตถุที่อยู่ไกล ๆ ทางโน้นบ้างทางนี้บ้าง ทำให้ตาของเราได้ผ่อนคลาย

ท่าที่ 4 กะพริบตา ฝึกนิสัยให้กะพริบตา 1-2 ครั้ง ทุก ๆ 10 วินาที ช่วยให้แก้วตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยง โดยเฉพาะคนที่สวมแว่นหรือคอนแท็กต์เลนส์ยิ่งจำเป็น

ท่าที่ 5 โฟกัสภาพใกล้และไกล เหยียดแขนซ้ายไปให้ไกลที่สุด ตั้งนิ้วชี้มือซ้ายขึ้นเพื่อเป็นจุดโฟกัส ขณะเดียวกัน ตั้งนิ้วชี้มือขวาให้ห่างจากใบหน้าสัก 3 นิ้ว (7.5 ซม.) โฟกัสภาพที่แต่ละนิ้วสลับกันไปมา ทำบ่อยๆ เมื่อโอกาสอำนวย

ท่าที่ 6 ชโลมดวงตา ตื่นนอนทุกเช้าใช้มือวักน้ำชโลมดวงตาด้วยน้ำอุ่น สัก 20 ครั้ง สลับกับการวักน้ำเย็นชโลมดวงตาอีก 20 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาดีขึ้น การจบด้วยน้ำเย็น ทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตากระชับไม่หย่อนยาน ก่อนเข้านอนให้วักน้ำชโลมดวงตาอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ชโลมด้วยน้ำเย็นก่อนแล้วตามด้วยน้ำอุ่น จะทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตาได้ผ่อนคลาย ก่อนเข้านอน

ท่าที่ 7 แกว่งตัว ยืนแยกเท้าเท่ากับช่วงไหล่ แกว่งตัวไปมาจากซ้ายไปขวา ถ่ายน้ำหนักตัวบนขาแต่ละข้างสลับไปมา สายตามองไปไกลๆ แต่ไม่ต้องจ้อง ปล่อยให้จุดที่เรามองแกว่งไปมาซ้ายขวาตามการแกว่งตัว ท่านี้จะทำให้ดวงตาได้พักและมีการปรับตัวดีขึ้น ทำบ่อย ๆ เมื่อมีโอกาส เปิดเพลงคลอไปด้วยก็ได้

วิธีของเบตส์" ได้รับการยืนยันจากจักษุแพทย์จำนวนมากว่าเป็นการฝึกดวงตา ที่เป็นระบบช่วยรักษา สายตาคนไข้ได้เป็นจำนวนมาก



~ ลองเอาไปใช้ดูนะคับ ^____________^ ~


Credit : thaihomemaster.com

10 อันดับ "ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิง"

~ 10 อันดับ "ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิง" ~
อันดับ 1 ผู้หญิงหอมแก้มกัน : ดูน่ารัก
ผู้ชายหอมแก้มกัน : อืยยย...หวาดเสียว ขนลุก
อันดับ 2 ผู้หญิงใส่กางเกงฟิตๆ : น่ามองจิงๆ น่าชม
ผู้ชายใส่กางเกงฟิตๆ : แหยะ! จะอ้วก
อันดับ 3 ผู้หญิงตบผู้ชาย : ป้องกันตัว หรือ "สุดจะทน"
ผู้ชายตบผู้หญิง : ไอ่หน้าตัวเมีย!
อันดับ 4 ผู้หญิงร้องไห้ : ดูน่าสงสาร
ผู้ชายร้องไห้ : ปลาซิว
อันดับ 5 ผู้หญิงเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ดูน่ารักดี สดชื่น
ผู้ชายเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ชักแปลก ดูเหมือนคู่เกย์
อันดับ 6 ผู้หญิงหลอกรับประทานผู้ชาย : อ่อ อาจเป็นเรื่องปกติ
ผู้ชายหลอกรับประทานผู้หญิง : สารเลว เกาะผู้หญิงกิน
อันดับ 7 ผู้หญิงพูดตรงๆ : ดูเป็นคนเปิดเผย
ผู้ชายพูดตรงๆ : ไอ่บ้า พูดไม่เข้าหูคน
อันดับ 8 ผู้หญิงเข้าห้องน้ำผู้ชาย : มันผิดพลาดกันได้!
ผู้ชายเข้าห้องน้ำผู้หญิง : ไอ่บ้า! โรคจิต
อันดับ 9 ผู้หญิงเดินตกท่อ : น่าสงสารจัง เป็นอะไรมากมั้ย?
ผู้ชายเดินตกท่อ : ไอ่โง่! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือซะเลย
อันดับ 10 ผู้หญิงขับรถปาดหน้า : ช่างเหอะ ผู้หญิงก้ออย่างนี้แหละ
ผู้ชายขับรถปาดหน้า : แซงขึ้นแล้วยิง!!

ผู้หญิง อะไรๆก็ดีไปโม้ดดดด -O- ( เสียงครวญครางของผู้ชาย บางคน... )

02 กรกฎาคม 2551

Symphonie


Une symphonie est une
composition instrumentale savante,
de proportions généralement vastes, comprenant
plusieurs
mouvements joints ou disjoints, et faisant appel
aux ressources de l'
orchestre symphonique.


Provenant étymologiquement du grec syn, signifiant avec et phoné,
signifiant son, le terme fait référence à la
consonance des sons.
Au Moyen Âge, la chifonie (ou chifoine) désigne un instrument,
ancêtre de la
vielle à roue[1]. Au début du XVIe siècle,
le terme s'étend aux
œuvres polyphoniques destinées
aux instruments, puis s'applique à toutes compositions
instrumentales par opposition à la
musique vocale.
Ce n'est que dans le deuxième tiers du
XVIIIe siècle,
en pleine période de
classicisme que le genre est fixé
dans son acception actuelle.

L'orchestre symphonique a évolué avec le temps.
Chez Haydn et Mozart, l'orchestre se compose de
flûtes ,
hautbois , clarinettes, bassons par 2, de 2 cors et, quelquefois
de 2
trompettes, de timbales et de cordes. Beethoven a ajouté 2 cors,
1 piccolo, 1
contrebasson et une batterie (symphonies 5, 6 et 9),
en plus des trombones dans les symphonies 5, 6 et 9.


La harpe apparaît dans la forme symphonique avec
la
"Symphonie fantastique" de Berlioz en 1830, mais elle était
utilisée parfois dans l'orchestre depuis au moins 1810, car c'était
un instrument très populaire (voir œuvres de
Salieri ou Spohr) .
Puis dans un sillon initié par la musique de Wagner, les effectifs
ne cessent de grossir avec l'orchestre de Schumann, Brahms,
puis Bruckner, Mahler et leurs descendants.


Beethoven a introduit, dans sa dernière symphonie
(la
neuvième de 1824), un chœur, le fameux Ode à la joie
de
Schiller, qui deviendra l'hymne de l'Union européenne une fois
arrangé et orchestré par
Karajan. D'autres compositeurs ont
repris cette innovation, comme par exemple
Gustav Mahler
dans trois de ses symphonies (les numéros 2, 3 et 8)
ou
Chostakovitch dans sa Treizième.


L'orchestre symphonique peut inclure également un
piano
ou un
orgue (Camille Saint-Saëns), mais le plus souvent un célesta.


Une autre transformation de la symphonie est née avec Mahler,
c'est la symphonie vocale, pour un soliste ou plus,
sur un texte poétique.
Le Chant de la terre
(composé entre 1907 et 1908) marque cette tentative (quasi-parfaite,
on peut le dire) de fusionner lied et symphonie, et notons-le,
au service d'un pessimisme des plus profonds,
comme bien plus tard l'extraordinaire Quatorzième de Chostakovitch.
La structure symphonique dans le Das Lied est respectée même
pour le Scherzo qui occupe les quatrième et cinquième mouvements.
Mahler avait déjà dans la Symphonie n° 4 (1901) inauguré le principe,
mais dans un seul mouvement.


Arthur Honegger, dans sa Deuxième symphonie de 1941,
infléchira la démesure de l'orchestration au service d'une intensité
nouvelle que réclame le contexte dramatique, en n'utilisant que
les cordes et une trompette solo dans le choral du finale
où la musique retrouve la lumière de l'espoir.

24 มิถุนายน 2551

" Thaïlande "

Thaïlande




La Thaïlande (ประเทศไทย) est un pays d'Asie dont le territoire couvre
514 000 km² et qui compte environ 70 millions d'habitants (
2007).
Il a changé de nom en 1949 : auparavant, il s'appelait le
Siam.
Il est bordé à l'ouest par la
Birmanie, au sud par la Malaisie,
à l'est par le
Cambodge et au nord-est par le Laos.

Sa capitale est
Bangkok ( Krungthep - กรุงเทพฯ, La cité des anges).
La
langue officielle est le thaï et la monnaie le baht.



La Thaïlande fait partie de la péninsule indochinoise, jusqu'à
l'
isthme de Kra, qui marque la transition avec la péninsule malaise.
Le pays s’étend sur environ 805 km d’est en ouest
et 1770 km du nord au sud.

Au centre, on trouve une vaste plaine, la plaine alluviale
de la
Chao Phraya, le plus grand fleuve thaïlandais.
C’est la région la plus dense au niveau de la population
et la plus riche du point de vue agricole.

Bangkok est située à proximité du fertile delta du
Menam Chao Phraya ( Mè Nam - แม่ น้ำ้้ - littéralement mère-eau
(l'eau mère de la vie), veut dire rivière ou fleuve en Thaï).
Tout autour de ce bassin s’élèvent des massifs montagneux.
Les massifs qui longent la frontière birmane sont les sommets
les plus élevés, culminant à 2 595 m au
Doi Inthanon.
Quant à la région péninsulaire, bordée d’étroites plaines côtières,
elle atteint son point culminant au
Khao Luang à 1 786 m.

Carte par The World Fact Book C.I.A. À l'est du bassin du Chao Phraya,
on trouve une autre chaîne montagneuse, d’axe nord-sud,
qui culmine à 1 270 m grâce au
Doi Pia Fai.

Un plateau bas et aride s’étend au nord et à l’est de cette chaîne :
c’est le plateau de
Khorat, qui occupe le tiers oriental du pays
(appelé l’
Isan) et borde la vallée du Mékong, à la frontière avec le Laos.

21 มิถุนายน 2551

Le Luxembourg

Le Luxembourg




Le Luxembourg (Luxemburg en
allemand, Lëtzebuerg
en
luxembourgeois), Grand-Duché de Luxembourg en forme longue,
est un
État de l'Union européenne situé entre l'Allemagne,
la
Belgique et la France. Il compte environ 476 000 habitants
(au 1er janvier
2007).Le Luxembourg est membre du Benelux,
de l'
Union européenne — dont il est l'un des six pays fondateurs —
et de l'
OTAN.



Au Luxembourg, le luxembourgeois (Lëtzebuergesch)
est la langue nationale et la langue maternelle des Luxembourgeois.
Le français, l'allemand et le luxembourgeois sont
les langues officielles (législatives, administratives et judiciaires).

L'alphabétisation se fait en allemand. Le français est enseigné
à l'école dès l'âge de 7 ans, utilisé par l'administration
et la justice concurremment avec l'allemand ; le français reste
la seule langue pour la rédaction des lois. Environ 15%
de la population est d'origine portugaise et parle le
portugais.
L'
anglais est utilisé rarement dans la vie quotidienne, mais fortement
plébiscité dans quelques secteurs de la vie professionnelle.
Le
multilinguisme se trouve inscrit dans la loi depuis 1984.

L'ensemble du service d'information routier (panneaux de circulation)
est généralement en français.


Le
luxembourgeois et le français sont les langues les plus utilisées
dans le pays
. On estime à environ 290 000 le nombre de
Luxembourgeois dont 80 000 de souche sur les 435 000 résidents
et 130 000 frontaliers quotidiens dont 66 000 Français, 34 000 Belges
et 30 000 Allemands (chiffres d'octobre 2006).